VGS เวรี่กู๊ดเซอร์วิส – VGS – Very Good Services / บริการด้วยคุณภาพและความปลอดภัยของลูกค้า บริการรวดเร็วตรงเวลา ราคาที่คุณ Wed, 02 Jul 2025 11:40:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.6.4 /wp-content/uploads/2022/06/iconweb-vgs-60-150x150.webp VGS เวรี่กู๊ดเซอร์วิส – VGS – Very Good Services / 32 32 เปิดตัวบริการ “ม้าเร็ว” by VGS – กำจัดปลวกฏด่วน ด้วยระบบเหยื่อล่อถึงรัง! /%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7/ Wed, 02 Jul 2025 11:39:21 +0000 /?p=3614 หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาปลวกในบ้านหรือออฟฟิศ แต่ไม่อยากเจาะพื้น ไม่อยากเสียเวลา และต้องการทีมงานมืออาชีพที่จัดการได้รวดเร็วทันใจ — “ม้าเร็ว” คือคำตอบ!

บริการใหม่จาก VGS ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการ ความรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย พร้อมระบบเหยื่อล่อที่เข้าถึงรังปลวกโดยตรง 🔥

✅ ทำไมต้องเลือก “ม้าเร็ว”?
✔ เข้าถึงรังปลวกต้นตอ กำจัดทั้งรัง ไม่ใช่แค่ตัวเดิน
✔ ไม่ต้องเจาะบ้าน ไม่ต้องทุบพื้น บ้านสวยเหมือนเดิม
✔ ติดตั้งไว ทันใจ ทีมงานมืออาชีพพร้อมให้บริการ
✔ เหมาะกับบ้าน ออฟฟิศ หรือคอนโด ที่ต้องการความสะอาดและปลอดภัย

ม้าเร็วเหมาะกับใคร?

  • บ้านที่ไม่อยากให้โครงสร้างเสียหาย
  • ออฟฟิศที่ต้องการบริการรวดเร็ว
  • ผู้สูงอายุหรือครอบครัวที่เน้นความปลอดภัย
  • ปลอดภัยต่อคน เด็ก สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม

ม้าเร็วใช้ระบบเหยื่อล่อที่ได้รับอนุญาตจาก อย. เลขที่ 4/2562

💰 เริ่มต้นเพียง 9,550 บาท*

ราคานี้รวมอุปกรณ์ ติดตั้ง และบริการเบื้องต้น (*ราคาอาจเปลี่ยนตามพื้นที่และสภาพหน้างาน)

📞 โทรด่วน:
02-312-2333
086-944-6666

อย่ารอให้ปลวกกัดบ้านคุณพัง! โทรหา “ม้าเร็ว” วันนี้ แล้วปลวกจะไม่ทันตั้งตัว! 🐜💥
#กำจัดปลวก #ม้าเร็ว #VGS #เหยื่อล่อปลวก #ปลวกไม่เหลือรัง

]]>
ลูกค้าบ้าน VGS เตรียมลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้ง่ายๆ กับ EASY E-Receipt /easy_ereceipt_2568/ Mon, 27 Jan 2025 09:29:11 +0000 /?p=3552 📢 ลูกค้าบ้าน VGS เตรียมลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้ง่ายๆ กับ EASY E-Receipt 🎉

💥 รับสิทธิ์สูงสุด 30,000 บาท 💥
เพียงชำระค่าบริการใหม่ ระหว่างวันที่ 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 2568

🔍 ขั้นตอนง่ายๆ
1⃣ ชำระค่าบริการ
2⃣ ขอรับ E-Receipt ได้เลย
3⃣ ใช้ลดหย่อนภาษีได้ทันที!

📞 สอบถามเพิ่มเติม: 02-312-2333
📲 แอด LINE Official: สแกน QR Code ในภาพเลย!

📌 หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

รีบเลย! โอกาสดีๆ แบบนี้มีเวลาจำกัด 🕒

]]>
10 เรื่องจริงเกี่ยวกับปลวก ตัวร้ายในบ้านที่ต้องกำจัด!! /10-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%81/ Tue, 12 Sep 2023 03:53:01 +0000 /?p=3507 ปลวก หนึ่งในแมลงตัวร้ายที่กวนใจหลายๆ บ้าน และทำลายได้ยากที่สุด แต่ก่อนที่จะไปกำจัดปลวกนั้น มาดู 10 ข้อเท็จจริงที่คุณอาจรู้ หรือไม่รู้เกี่ยวกับปลวก รวมไปถึงหากใครที่คิดจะกำจัดปลวกด้วยตัวเอง  เมื่ออ่านจบ อาจจะต้องกลับไปคิดใหม่ก็ได้

ปลวกที่เราเห็นๆ กันอยู่นั้นมีด้วยกันอยู่หลายชนิด แต่สามารถแบ่งเป็นเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  • ปลวกงาน หรือกรรมกร มีหน้าที่หลัก คือ หาอาหาร สร้างอุโมงค์ ป้อนอาหาร
  • ปลวกทหาร หัวใหญ่กว่าปลวกงาน สีเข้ม กรามใหญ่ คอยปกป้องรังจากศัตรู
  • ปลวกวรรณะสืบพันธุ์ มีหน้าที่สืบพันธุ์โดยเฉพาะ โดยจะแบ่งกลุ่มย่อยลงไปอีก คือ ปลวกสืบพันธุ์สำรอง จะถูกควบคุมโดนวรรณะสืบพันธุ์ สามารถแทนที่ตัวราชา และราชินีปลวกได้ ในกรณีที่ประสิทธิภาพในการวางไข่ลดน้อยลง หรือตัวใดตัวนึงตายไป

1. ปลวกเป็นศัตรูสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งที่เกิดจากทางตรงและทางอ้อม สร้างความเสียหายอาคารบ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง พืชสวนและพืชไร่ต่างๆ โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีปลวกมากกว่า 90 ชนิด และทั่วโลกอีกประมาณ 2,000 ชนิด แต่ละชนิดมีความเป็นอยู่และความต้องการอาหารที่แตกต่างกัน

2. สืบเชื้อสายมาจากแมลงสาบ อยู่คู่โลกนับร้อยปี ปลวกเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีชีวิตยืนยาวคู่โลกมานานนับร้อยปี ตั้งแต่ 130 ล้านปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน โดยมีบรรพบุรุษแมลงที่สืบเชื้อสายเดียวกันกับแมลงสาบ จากหลักฐานฟอสซิลสามารถระบุว่า ปลวกรุ่นแรกๆ นั้นมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ในยุคครีเทเชียส ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ ถือได้ว่าเป็นแมลงที่อึด ถึก ทน ที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดาแมลงทั้งหมด

3. ผู้ร้ายตัวจริงของบ้านคือปลวกใต้ดิน ปลวกใต้ดินถือเป็นศัตรูโครงสร้างที่ทำความเสียหายสูงสุด มากถึง 95% ของความเสียหายทั้งหมดก็ว่าได้ มีถิ่นอาศัยอยู่ใต้ดิน และใช้ชีวิตอยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า หรือที่เรียกว่า “แมลงสังคม” ซึ่งในรังปลวกใต้ดินจะเต็มไปด้วยประชากรปลวกมากมายนับไม่ถ้วน แบ่งแยกหน้าที่กันเป็นวรรณะต่างๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้น

4. แมลงเม่าคือราชาและราชินีปลวก แมลงเม่าบินออกจากรังในเขตร้อนช่วงหลังฝน แต่ละคู่จะผสมพันธุ์กันแล้วสลัดปีก จากนั้นจะเลือกหาที่ที่เหมาะสมเพื่อสร้างรังใหม่ ซึ่งแมลงเม่าคู่นี้คือ ราชาและราชินีปลวกของรังนั้นๆ ที่แต่ละรังจะมีเพียง 1 คู่ เท่านั้น และภายใน 2 –3 วัน จะเริ่มวางไข่ ในระยะเริ่มต้นจะออกไข่เพียงไม่กี่ฟอง แต่จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ตลอดอายุขัยของมัน โดยไข่จะฟักตัวอ่อนภายใน 30 – 50 วันไข่ที่ฟักออกมาจะเป็น “ปลวกงาน”  และมีจำนวนมากกว่าปลวกชนิดอื่นๆ ทั้งหมด ปลวกที่มีอายุยืนยาวอาจมีไข่มากกว่า 30,000 ฟองต่อวัน และราชากับราชินีปลวกจะมีอายุยืนยาว

5. ปลวกรุ่นลูก ติดปีกบินได้ ปลวกรุ่นลูกที่เกิดมาเพื่อมีหน้าที่สืบพันธุ์โดยเฉพาะจะมีหน้าตาไม่เหมือนปลวกทั่วๆ ไป ลักษณะชัดเจนที่สังเกตได้คือปลวกชนิดนี้จะสามารถติดปีกบินได้ ซึ่งจริงๆ แล้วปลวกในวรรณะสืบพันธุ์นี้ก็คือ “แมลงเม่า” นั่นเอง โดยแมลงเม่าจะบินออกจากรังเป็นฝูงเมื่อถึงวัยโตเต็มที่หรือวัยสืบพันธุ์ เพื่อหาทำเลในการสร้างอาณาจักรใหม่ในการผลิตทายาทรุ่นต่อไป

6. ปลวกจะส่งสัญญาณให้แก่กันเมื่อเจอศัตรู หากมีแมลงอื่นๆ เข้ามารุกรานถิ่นอาศัยของเหล่าปลวก “ปลวกทหาร” จะมีการส่งสัญญาณเตือนภัย โดยพวกมันจะโขกหัวของตัวเองเข้ากับผนังของรังเพื่อสร้างเสียงและแรงสั่นสะเทือนให้แก่ปลวกตัวอื่นได้รับรู้ เมื่อสมาชิกที่อยู่ในรังรู้ตัวแล้วก็จะมีการเตรียมตัวเพื่อรับมือต่อศัตรูที่เข้ามาบุกรุก

7. ปลวกสื่อสารกันด้วยกลิ่น เนื่องจากปลวกส่วนใหญ่ไม่สามารถมองเห็นได้ ปลวกจึงมีวิวัฒนาการด้านประสาทสัมผัสเรื่องการรับกลิ่นที่ดีมาก โดยเมื่อถึงเวลาออกหาอาหาร ปลวกงานจะใช้ต่อมพิเศษที่อยู่บริเวณอกปล่อยฟีโรโมนเอาไว้ตามทางเดิน เพื่อให้ปลวกงานตัวอื่นๆ ไม่หลงเส้นทางระหว่างหาอาหารนั่นเอง ปลวกจึงสามารถเดินทางได้อย่างแม่นยำแม้มองไม่เห็น

8. ปลวกกินอุจจาระของกันและกัน ปลวกแต่ละตัวไม่สามารถย่อยอาหารเองได้ จำเป็นต้องให้สิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาช่วย โดยอาศัยการทำงานร่วมกับจุลินทรีย์พวกโปรโตซัวหรือแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้เพื่อให้ผลิตสารที่สามารถย่อยเซลลูโลส ซึ่งเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของเนื้อไม้ และย่อยลิกนินซึ่งเป็นสารที่ย่อยสลายได้ยากในสภาพแวดล้อมปกติ โดยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็มาจากอุจจาระของปลวกตัวอื่น ๆ ดังนั้นก่อนที่จะกัดกินเนื้อไม้ ปลวกจึงจำเป็นต้องบริโภคอุจจาระของกันและกันเป็นอาหารอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถย่อยเซลลูโลสได้

9. ปลวกขึ้นบ้านปูนได้ บ้านปูนแม้ว่าจะทำมาจากส่วนผสมที่เป็นกรวด หิน ดิน ทราย ที่ซึ่งไม่ใช่อาหารโดยธรรมชาติของเหล่าปลวกที่กินไม้ต่างๆ แต่ก็สามารถใช้เป็นเส้นทางขึ้นบ้านเพื่อมาทำลายส่วนอื่นของบ้านได้ เนื่องจากเมื่อสร้างบ้านจะมีการตอกเสาเข็มลงดิน เมื่อเวลาผ่านไปหากเสาเข็มเกิดอาการร้าว แตก เป็นรอยแยก ปลวกก็สามารถเดินตามรอยแยกนั้นขึ้นบนบ้าน และจะเข้ามากัดแทะส่วนต่างๆ ของบ้านซึ่งเป็นอาหารของพวกมัน เช่น วงกบประตู, หน้าต่าง, เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ ที่ทำจากไม้

10. กำจัดไม่ถูกวิธี มีแต่ลุกลาม เพราะในประเทศไทยปลวกส่วนใหญ่จะเป็นปลวกใต้ดิน โดยรังที่ขึ้นมาตามบ้านเรามักจะเป็นรังย่อยๆ ดังนั้นสารที่มีฤทธิ์กำจัดและขับไล่จะฆ่าได้แค่ตัวที่ฉีดโดน ส่วนปลวกที่เหลือจะหนีไปทำลายส่วนอื่นของบ้านต่อ อีกทั้งยังย้ายรังหนีไปส่วนอื่นของบ้านด้วย  ทำให้นอกจากบ้านไม่หายขาดจากปลวกแล้ว ยังลุกลามไปยังส่วนอื่นจนถึงขนาดทำลายโครงสร้างของบ้านได้เร็วขึ้นกว่าเดิม  ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือการใช้เหยื่อกำจัดปลวก เพราะเป็นวิธีที่ทำให้ปลวกตายโดยไม่รู้ตัว โดยเมื่อปลวกสัมผัสสารชนิดนี้ ปลวกจะส่งต่อพิษแก่ตัวอื่นและราชินีปลวกในรังจนตายโดยไม่รู้ตัว ทำให้สามารถกำจัดปลวกยกรังได้ โดยกระบวนการใช้ให้ได้ผล จะนิยมใช้บริการบริษัทกำจัดปลวกที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถทำได้เป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมทั้งตัวบ้าน

]]>
รู้จักจิ้งจก 101 ปัญหาแฝงประโยชน์ /%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%81-101-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99/ Sat, 29 Oct 2022 09:32:57 +0000 /?p=1955 หลายๆท่านอาจจะเคยพบปัญหา จิ้งจก กวนใจ ไล่อย่างไรก็ไม่ไป วันนี้ VGS มีวิธีดีๆที่สามรถไล่จิ้งจกให้ออกไปจากบ้านได้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ก่อน

จิ้งจกมาจากไหน?

กำจัดจิ้งจก
กำจัดจิ้งจก

จิ้งจกมีแหล่งกำเนิดมาจากทวีปเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พูดง่ายๆก็คือมาจากทวีปบ้านเรานั่นเอง ซึ่งจิ้งจกนี้ ในต่างประเทศเรียกว่า “House Gecko” โดยทั่วไปแล้ว จะพบได้ตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติส่งผลให้จิ้งจก จากเดิมที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ ก็ได้เริ่มเปลี่ยนที่อยู่อาศัยมาอยู่ในบ้านคน เมื่อจิ้งจกย้ายจากธรรมชาติมาอยู่ในบ้านคน ก็ส่งผลกระทบต่างๆให้กับการอยู่อาศัยของคน เพราะฉะนั้น จิ้งจกที่เราพบเห็นตามบ้าน ตามฝ้าเพดาน ล้วนเคยเป็นจิ้งจกที่อาศัยตามธรรมชาติทั้งสิ้น

ลักษณะทางกายภาพของจิ้งจก

จิ้งจกเป็นสัตว์เลื้อยคลาน มี 4 ขา มีหางยาว สามารถเปลี่ยนสีได้ตามสภาพพื้นผิวที่มันเกาะ โดยขนาดตัวของจิ้งจกสามารถยาวได้ระหว่าง 4 – 10 นิ้ว มีอายุขัย 5 – 10 ปี ลิ้นสั้นแต่ยืดออกได้ ส่วนใหญ่จะชอบอยู่ตามแสงไฟ คอยกินแมลงที่มาตอมแสงไฟ สิ่งที่ทำให้จิ้งจกสามารถเกาะบนพื้นผิวได้ คือขนเล็กบริเวณนิ้วเท้าของมันที่เรียกว่า “satae” และใน setae นั้น ก็มีขนที่เรียกว่า “seta” และใน seta ก็มีขนเล็กหลายเส้นเกาะอยู่ เรียกว่า “spatulae”

กำจัดจิ้งจก
กำจัดจิ้งจก

วงจรชีวิตของจิ้งจก

กำจัดจิ้งจก
  • จิ้งจกเป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นไข่ โดยตัวเมียจะออกไข่ครั้งละ 2 ฟองในแต่ละรอบของการตกไข่ ซึ่งจิ้งจกมีระบบการตกไข่แบบเดี่ยว หรือเรียกว่า Monoautochronic Ovulatory
  • วงจรชีวิตของจิ้งจกแบ่งออกเป็น 4 ช่วงด้วยกัน ได้แก่ ช่วงที่เป็นไข่ ช่วงที่เป็นตัวอ่อน ช่วงที่เป็นตัวเต็มวัย
  • ช่วงที่เป็นไข่ ตัวเมียจะออกไข่แล้วนำไปฝังไว้ในที่มิดชิดแล้วปล่อยทิ้งไว้ โดยเชื่อว่าตัวอ่อนขณะที่อยู่ในไข่มีอาหารเพียงพออยู่แล้วจึงไม่ได้อยู่ฟักไข่ ซึ่งระยะที่เป็นไข่จะทำการฟักตัวภายใน 50 – 65 วัน
  • ช่วงที่เป็นตัวอ่อน เมื่อพ้นระยะการฟักไข่ ตัวอ่อนของจิ้งจกจะฟักไข่ออกมาแล้วคอยกินของที่เหลือในไข่ ในช่วงนี้จิ้งจกสามารถหาอาหารเองได้ นอกจากนี้การเติบโตของจิ้งจกจะขึ้นอยู่กับสารอาหาร จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเพิ่มแล้ว
  • ช่วงตัวเต็มวัย จะเป็นช่วงที่เริ่มมีการหาคู่ เพื่อผสมพันธุ์ โดยตัวผู้จะเข้าตัวเมียโดยการกัดที่คอแล้วเอาหางรัดหางตัวเมีย แล้วทำการผสมพันธุ์

ประโยชน์และโทษของจิ้งจก

จิ้งจก ถือเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่อยู่ใกล้ชิดกับคนเรามาก พบได้ตามบ้านเรือนโดยจะออกหากินแมลงตามแหล่งไฟ ข้อดีของจิ้งจกคือ ช่วยลดแมลงบินที่บินเล่นไฟ(ได้นิดหน่อย) แต่ข้อเสียดูจะมากกว่าประโยชน์ เช่น จิ้งจกมักร้องเสียงดังช่วงดึกๆ และมักถ่ายมูลติดเปื้อนข้าวของอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้จิ้งจกยังคอยกินอาหาร อย่างเช่น ผักหรือผลไม้ที่เราเผลอตั้งไว้
อีกด้วย

วิธีไล่จิ้งจก

  1. หลอดไฟ warm light
    ใช่แล้วคุณอ่านแล้วไม่ผิดหรอก เพราะอะไร หลอดไฟ จึงช่วยไล่จิ้งจกได้ เพราะอาหารของจิ้งจก คือ แมลง โดยปกติ แมลงบิน จะชอบแสงไฟสีขาว โดย แมลงบินเหล่านี้จะบินมาเล่นไฟ จึงเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดของ จิ้งจก เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนหลอดไฟ ให้เป็นสี ส้มนวล (Warm Light) จะช่วยลดแมลงบิน ลง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของจิ้งจก และลดปริมาณจิ้งจกลงได้
  2. ตะไคร้หอม
    พืชผักสมุนไพร ที่หาซื้อได้ง่าย และราคาไม่แพง ก็ช่วยไล่จิ้งจกได้ โดยกลิ่นของตะไคร้หอมเป็นอีกวิธีที่สามารถลดจำนวนแมลง เพราะแมลงส่วนใหญ่ไม่ชอบกลิ่นของตะไคร้ ทำให้แมลงเข้าบ้านคุณลดลง เมื่ออาหารลดจิ้งจกก็ลดตาม
  3. ใบสาบเสือ
    วัยรุ่นสมัยใหม่หลายคนอาจเพิ่งเคยได้ยินสมุนไพรชนิดนี้ แต่คนในสมัยก่อนจะนิยมใช้กันมาก โดยใบสาบเสือนี้จะไม่มีกลิ่นหอมเลย จะมีแต่กลิ่นสาบคล้ายสาบเสือ เมื่อเรานำใบสาบเสือมาตำผสมกับน้ำสะอาดโดยน้ำยาสมุนไพรนี้หากพ่นบริเวณที่พบจิ้งจก และพ่นบริเวอบตำแหน่งที่จิ้งจกอยู่ น้ำสมุนไพรจะมีความสามารถในการไล่จิ้งจกได้ทันที
  4. สเปรย์ไล่จิ้งจก
    สเปรย์ไล่จิ้งจกเป็นตัวเลือกที่ดีในการไล่จิ้งจกโดยไม่ต้องกำจัดทิ้ง ฉีดง่าย สามารถใช้ได้ 2 แบบ ทั้งแบบกระจายและฉีดเข้าไปในพื้นที่แคบๆได้ พิกัดสั่งซื้อ สเปรย์ไล่จิ้งจก
  5. กล่องดักจิ้งจก
    กล่องดักจิ้งจกเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และราคาไม่แพง กล่องดักจิ้งจก ภายในกล่องมีแผ่นดาวดักจิ้งจก ลอกเปลี่ยนแผ่นกาวใหม่ได้ตามต้องการ จากนั้นติดบริเวรที่มีจิ้งจกชุกชุม ควรตรวจเช็คแผ่นกาวทุก 7 วัน พิกัดสั่งซื้อ กล่องดักจิ้งจก
]]>
แมลงวัน 101 กำจัดแมลงวันง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน /%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-101-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/ Sat, 29 Oct 2022 09:32:33 +0000 /?p=1953 แมลงวัน เป็นสัตว์ที่มีหลากหลายสายพันธุ์บนโลก กระจายอยู่หลายประเทศ เป็นแมลงที่มีวิวัฒนาการยาวนาน มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ โดยแหล่งกำเนิดนั้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่จากข้อมูลต่างประเทศได้ระบุไว้ว่าแมลงวันส่วนใหญ่ มีแหล่งกำเนิดมาจากทวีปแถบตะวันออกกลาง นอกจากนี้แมลงวันยังเป็นญาติห่างๆของแมลงหวี่อีกด้วย เนื่องมาจากการวิวัฒนาการตั้งแต่ยุคก่อนนั้นเอง

แมลงวันมาจากไหน

หลายคนคงสงสัยว่าในเมื่อเราเก็บบ้านเราสะอาดเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมยังพบแมลงวันอยู่ จนเกิดคำถามว่า แมลงวันแท้จริงแล้วมาจากไหน? โดยปกติแล้วแมลงวันจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้น และมีแหล่งอาหาร ได้แก่ กองขยะเปียก พื้นที่น้ำขัง หรือแม้แต่ถังขยะในครัวบ้านเรา แต่อย่าลืมไปว่าธรรมชาติย่อมมีแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยให้แมลงวันด้วย เช่น ตามต้นไม้ต่าง ไม่ว่าจะเป็นซากต้นไม้ที่ตายแล้ว หรือโพรงในต้นไม้

ในโลกของเรามีแมลงวันอยู่หลายสิบสายพันธุ์ แต่ที่แมลงวันที่พบบ่อยในประเทศไทยก็คงจะหนีไม่พ้น แมลงวัน 3 ชนิดนี้ ได้แก่

1. แมลงวันบ้าน

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

แมลงวันบ้าน หรือ House Fly เป็นแมลงวันที่เราพบได้บ่อยที่สุด โดยแมลงวันบ้านขนาดตัวโตเต็มวัยจะมีขนาด 6-7 มิลลิเมตร ส่วนปีกมีความยาว 13-15 มิลลิเมตร โดยตัวเมียจะมีปีกใหญ่กว่าตัวผู้ มีดวงตาแบบประกอบ(ตาเล็กๆประกอบกัน) ซึ่งตัวผู้จะมีดวงตาประกอบชิดกว่าตัวเมีย สาเหตุที่เราตบแมลงวันไม่เคยโดน เพราะ แมลงวันมีประสาทตาที่ประมวลผลได้ไวกว่ามนุษย์ถึง 7 เท่า ทุกสถานที่ที่มีแหล่งอาหารมักจะมีแมลงวันชนิดนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น ตลาด หรือ ร้านอาหาร แมลงวันบ้านมักจะวางไข่ในที่ที่มีความชื้นสูง และชอบวางไข่ในที่มีแสงมากกว่าที่มืด โดยจะวางไข่บนมูลสัตว์, เศษอาหาร สิ่งปฏิกูล และอินทรียวัตถุอื่นๆ อันตรายของแมลงวันบ้าน คือ การที่มันเป็นตัวพาหะนำโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย เช่น อหิวาตกโรค โรคท้องร่วง เป็นต้น

2. แมลงวันหัวเขียว

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

แมลงวันหัวเขียว (Blow Fly) เป็นแมลงวันที่เราพบในสถานที่ที่มีกลิ่นเหม็น ซากสัตว์ที่ตาย หรือมีของเน่าเสีย ลักษณะของแมลงวันหัวเขียว ตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดประมาณ 22 – 30 มิลลิเมตร มีสีตัวสีเขียวมันวาวคล้ายโลหะ การวางไข่ของแมลงวันหัวเขียวจะวางครั้งละ 150 – 200 ฟอง แมลงวันหัวเขียวจะชอบกิน พวกของเน่าๆ เช่น เนื้อเน่า ผักเน่า อีกทั้งบางทียังวางไข่บนของพวกนั้นด้วย ปกติแล้วแมลงวันหัวเขียวจะระบาดในช่วงฤดูร้อน โดยมันจะตอบสนองต่อกลิ่นเป็นพิเศษ ส่งผลให้เวลาเราเจอแมลงวันหัวเขียว เราจะเห็นมันอยู่เป็นกลุ่มคอยตอมแหล่งกำเนิดกลิ่นนั้นๆ อันตรายของแมลงวันหัวเขียว คล้ายกับแมลงวันบ้าน นั่นก็คือเป็นพาหะนำเชื้อโรค  

3. แมลงวันหลังลาย

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

แมลงวันหลังลาย (Flesh fly) มีลักษณะคล้ายกับแมลงวันบ้าน แต่ต่างกันตรงที่จะมีลายสีดำพาดบริเวณหัว เมื่อโตเต็มวัย จะมีขนาด 10 – 22 มิลลิเมตร สามารถพบเจอได้ทั่วไปตามชนบท โดยแมลงวันหลังลายจะมีการขยายพันธุ์ โดยการวางไข่บนบาดแผลของคน หรือสัตว์ต่างๆ โดยแผลนั้นเป็นแผลสด หรือวางไข่บนซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย การวางไข่ของแมลงวันหลังลายจะวางครั้งละประมาณ 20 – 40 ฟอง แมลงวันหลังลายจะชอบกินพวกของเน่าๆ เช่น ผักกาดเน่า เนื้อสัตว์เน่า แต่มันก็มีข้อดีอยู่ คือ ตอนที่ยังเป็นตัวอ่อนมันจะกินไข่ของแมลงอื่นๆ รวมถึงไข่แมลงอันตราย เช่น แมลงก้นกระดก แมลงวันหลังลายไม่กัด แต่สามารถส่งผลกรทบกับคนได้หลายทาง เช่น การกินอาหารที่มีไข่แมลงวัน จะทำให้เกิด ไมไออาสิส (Myiasis) ซึ่งเป็นภาวะที่ตัวอ่อนของ แมลงวันหรือหนอน (larvae, maggot) ของแมลงวันชนิดที่ มีปีกคู่เดียว (Dipteran) บางชนิด เข้าไปอยู่ (infestation) อย่างน้อยในบางช่วงเวลาของวงจรชีวิต ในเนื้อเยื่อที่ยังมี ชีวิตหรือที่ตายแล้ว หรือบริเวณช่องว่างในร่างกาย (body cavities) ของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งรวมถึงมนุษย์ที่ยัง มีชีวิต (host) โดยกินอาหารจากเนื้อเยื่อดังกล่าวและ ของเหลวจากร่างกาย เช่น สิ่งคัดหลั่ง (secretion) หรือสิ่ง ขับถ่ายต่างๆ (discharge) หรือกินอาหารที่ host กินเข้าไป อีกที

เผลอกินไข่แมลงวันเป็นอะไรไหม

เวลากินข้าวแล้วไม่ได้สังเกตุของในจานจนเผลอกินไข่แมลงวันเข้าไปจะไม่ส่งผลเสียใดๆต่อร่างกาย ไข่จะตาย หากกินหนอนแมลงวันเข้าไปก็อาจจะทำให้เกิดการอ้วก ท้องเสีย หรือท้องร่วง ไปจนถึงการเกิด intestinal myiasis กล่าวคือ การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนไข่หรือตัว หนอนของแมลงวันเข้าไปภายในร่างกายเมื่อไข่แมลงวันฟักออกมาเป็นตัวหนอนก็จะชอนไชเข้าไปในเนื้อเยื่อทำให้เกิดโรค myiasis ขึ้นมาได้

วิธีกำจัดแมลงวันเบื้องต้น

การกำจัดแมลงวันสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการกำจัดและการไล่ เราจะมาแนะนำวิธีที่เหมาะสมสามารถทำได้ง่ายๆ ตั้งแต่งบเยอะ ไปจนถึงงบน้อย 

1. การไล่แมลงวันโดยใช้การหักเหของแสง

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมในหมู่แม่ค้าตลาดสด โดยจะนำถุงใส่น้ำมาผูกไว้กับคานบนแผงขายสินค้า เมื่อแมลงวันบินเข้ามาจะเห็นเงาตัวเองบนถุง ซึ่งเงานั้นมีขนาดใหญ่ ส่งผลให้แมลงวันตกใจแล้วบินหนีไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปประสิทธิภาพจะลดลง แต่เป็นวิธีที่ใช้งบน้อยที่สุด

2. กำจัดแมลงวันโดยใช้กาวดักแมลงวัน

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

วิธีนี้ก็เป็นวิธียอดนิยมสำหรับ ร้านอาหาร ร้านขายเนื้อ ไปจนถึงร้านยำ การใช้กาวดักแมลงเป็นวิธีที่ง่าย ใช้งบไม่เยอะขึ้นอยู่กับพื้นที่ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง โดยตัวกาวจะมีสารฟีโรโมนดึงดูดแมลงวัน แต่หากนำกาวไปวางผิดที่อาจส่งผลเสียได้ เช่น เอากาวไปวางหน้าร้าน หรือวางบนแผง ส่งผลให้ดูไม่ดี ทำให้อาจเสียลูกค้าได้ พิกัดสินค้า กาวดักแมลงวัน

3. ใช้เครื่องดักแมลงวันไฟฟ้า

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

เครื่องดักแมลงวันไฟฟ้ามีหลักการทำงานเดียวกับกาวดักแมลง แต่จะดูดีกว่าและดักได้มากกว่า โดยเครื่องดักแมลงวันไฟฟ้าจะทำหน้าที่ล่อแมลงวันที่อยู่บริเวณนั้นด้วย ฟีโรโมน เมื่อแมลงวันเข้ามา เครื่องก็จะปิดฝาทำให้แมลงวันออกไม่ได้และตายอยู่ข้างใน พิกัดสินค้า เครื่องดักแมลงวันไฟฟ้า หรือจะใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูงกว่านี้ กรณีที่มีงบ ให้ใช้เครื่องไฟดักแมลงไปเลย คุ้มกว่า เพราะสามารถดักแมลงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแมลงเม่า แมลงก้นกระดก ด้วงต่างๆ เป็นต้น หากมีงบและต้องการป้องกันแมลงพวกนี้ในระยะยาว เราก็แนะนำให้ซื้อเครื่องไฟดักแมลงไปเลย พิกัดสินค้า เครื่องไฟดักแมลง

4. ใช้สารเคมีฉีดพ่นบริเวณที่มีแมลงวัน

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

การใช้สารเคมีฉีดพ่น เป็นวิธีที่เห็นผลและกำจัดได้ถึงต้นตอ โดยการนำสารเคมีผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่พอเหมาะ (แล้วแต่สัดส่วนของแต่ละชนิด) นำไปฉีดพ่นบริเวณรัง หรือพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดแมลงวัน การพ่นสารเคมีเป็นเพียงการป้องกันในแต่ละแหล่งกำเนิดเท่านั้น หากมีแหล่งกำเนิดใหม่ ก็ต้องไปกำจัดที่แหล่งนั้นอีกที พิกัดสินค้า สารเคมีกำจัดแมลงวัน

5. พิจารณาจ้างบริษัทกำจัดแมลง

กำจัดแมลงวัน
กำจัดแมลงวัน

ในกรณีที่เกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง หรือแหล่งกำเนิดมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะกำจัดได้ ก็ควรพิจารณานาการจ้างบริษัทกำจัดแมลงเข้ามาดูแล เพื่อที่ปัญหาจะได้ไม่บานปลายและลุกลามมากขึ้น หากยังไม่แน่ใจว่าจะจ้างที่ไหน ก็ขอฝาก VGS ไว้เป็นตัวเลือกด้วยนะคร้าบบบ

]]>
กำจัดยุง 101 ลดเสี่ยงจากพาหะนำโรค /%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%87-101-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/ Sat, 29 Oct 2022 09:31:05 +0000 /?p=1951 ยุงเป็นแมลงที่มีมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์เช่นเดียวกับแมลงวัน เรามักจะเห็นอำพัน หรือฟอสซิลที่มียุงอยู่ด้านใน ปัญหายุงเป็นปัญหาที่มีมานานในประเทศไทย โดยสถิติในปี 2564 มีคนที่เป็นไข้เลือดออกมากถึง 7,720 คน แล้วในปี 2565 นักวิชาการคาดว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกจะเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยส่วนใหญ่มาจากสภาพอากาศที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ตลอดจนเดือนกันยายน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด ทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล
ก่อนที่เราจะกำจัดยุง เราต้องหาข้อมูลของมันก่อน ทั้งเรื่องการขยายพันธุ์ ที่อยู่

ยุงมาจากไหน

ยุงมาจากแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำแบบไหน หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจเกิดความเสี่ยงที่จะมีกลุ่มลูกน้ำยุงลาย หรือยุงอื่นๆ ปกติแล้วยุงจะวางไข่ในน้ำนิ่ง ด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะทำให้ยุงสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยุงไม่จำเป็นต้องกินเลือดมนุษย์อย่างเดียว สามารถใช้เลือดสัตว์ได้ด้วย ปกติแล้วในประเทศไทย ยุงที่พบได้บ่อยจะมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ ยุงลาย ยุงรำคาญ ยุงยักษ์ และยุงก้นปล่อง เรามาทำความรู้จักยุงพวกนี้กันก่อน

ยุงลาย

กำจัดยุง
กำจัดยุง

ยุงลายเป็นยุงที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นพาหะนำโรคอย่าง ไข้เลือดออก เป็นยุงชนิดหนึ่งที่อันตราย และส่งผลให้มีคนป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตมากที่สุดในโลก พฤติกรรมของยุงลายจะหากินในเวลากลางวัน โดยจะกินเลือดเป็นส่วนใหญ่ และนำเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อน ลักษณะทางกายภาพของยุงลาย คือ ปากยาว ลำตัว ส่วนหัว และส่วนอก มีสีดำสลับขาว ขนาดตัวประมาณ 1-2 ซม. สามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 แบบ คือ ยุงลายบ้าน และ ยุงลายสวน ความอันตรายของยุงลายจะอยู่ที่ 7/10 คะแนน

ยุงก้นปล่อง

กำจัดยุง
กำจัดยุง

ยุงก้นปล่อง แค่ได้ยินชื่อก็สยองแล้ว ยุงก้นปล่องเป็นยุงที่มีลำตัวเป็นสีน้ำตาล ปีกมีเกล็ดสี ลำตัวชี้ขึ้น ลักษณะคล้ายปล่องควัน ตัวอ่อนของยุงก้นปล่องจะใช้เวลา 6-10 วันในการฟักตัว นอกจากนี้ หากยุงก้นปล่องตัวเมียได้กินเลือดจะสามารถวางไข่ได้มากถึง 50 -150 ใบเลยทีเดียว ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ายุงก้นปล่องเป็นยุงพาหะที่มีเชื้อมาลาเรีย เวลาออกหากินของยุงก้นปล่องจะเป็นช่วงเย็น เวลาประมาณ 5-6 โมงเป็นต้นไป ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยพบยุงก้นปล่องตามที่อยู่อาศัยในเขตเมือง แต่จะพบมากตามเขตป่าร้อนชื้น หรือป่าพรุ ตามรีสอร์ทต่างๆที่อยู่ในป่า ความอันตรายของยุงก้นปล่องอยู่ที่ 8/10 คะแนน

ยุงรำคาญ

กำจัดยุง
กำจัดยุง

ยุงรำคาญ เป็นยุงที่น่ารำคาญสมชื่อ เพราะเวลามันบินเราจะได้ยินเสียง วี้..วี้ๆๆ อยู่ข้างหู นอกจากนี้ยุงรำคาญยังเป็นยุงที่แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ลักษณะของยุงรำคาญ คือจะมีสีน้ำตาลคล้ำ ปีกสีหม่น ปลายท้องทู่ มักจะขยายพันธุ์ตามท่อน้ำทิ้ง หรือแหล่งน้ำขังต่างๆ ตามที่อยู่อาศัย ออกหากินเวลากลางคืน ไม่ชอบแสง ชอบสีเข้ม ตัวเมียสามารถวางไข่ได้ถึง 300 ฟองเลยทีเดียว เมื่อถูกยุงกัด เชื้อที่อยู่ในเลือดของสัตว์จะเจริญแพร่พันธุ์ในตัวยุง นอกจากนี้ยุงรำคาญสามารถบินออกหากินไปตาม สถานที่ต่างๆ ได้ไกลหลายกิโลเมตร เมื่อยุงกัดผู้ใดก็จะแพร่เชื้อเข้าสู่ผู้ที่ถูกกัด ซึ่งบางคนอาจไม่มีอาการแสดงหรือไม่มีอาการป่วยเป็นโรค แต่บางคนจะป่วยเป็นไข้สมองอักเสบได้ ความอันตรายของยุงรำคาญ คือ 8/10 คะแนน

ยุงเสือ หรือยุงลายเสือ

กำจัดยุง
กำจัดยุง

ยุงลายเสือ เป็นยุงที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นยุงที่เป็นพาหะนำโรคเท้าช้าง มีความแตกต่างจากยุงชนิดอื่นๆอยู่พอสมควร กล่าวคือ บนลำตัวของยุงลายเสือจะมีลวดลายสีเข้มบริเวณขา ขนาดตัวประมาณ 2- 4 ซม. มักจะอยู่ตามพื้นที่ ที่มีแหล่งน้ำและมีวัชพืชน้ำ เช่น ตามบึงต่างๆที่มีผักตบ การวางไข่จะวางไข่ใต้ผิวน้ำโดยจะติดตามวัชพืชต่างๆ ออกหากินในเวลากลางคืน พบได้ไม่บ่อย ความอันตรายของยุงลายเสือ คือ 8.5/10 คะแนน

ทำไมถึงโดนยุงกัด

หลายคนประสบปัญหาโดนยุงกัด บางคนโดนยุงกัดตอนกลางคืนบ่อยมาก สาเหตุที่ยุงกัดบ่อยๆ เพราะ แบคทีเรีย และกลิ่น เป็นตัวดึงดูดยุงให้มากัด นอกจากนี้ คนที่ใส่เสื้อผ้าที่มีสีเข้ม ยังถูกยุงกัดมากกว่าปกติ นั่นก็เพราะ สีเข้มดึงดูดยุงได้มากกว่าสีอ่อน แล้วเรื่องที่ยุงกัดตอนกลางคืน ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะยุงส่วนใหญ่มักจะหากินตอนกลางคืนอยู่แล้ว ส่งผลให้ตอนกลางคืนมียุงกัดมากกว่า

วิธีกำจัดยุงเบื้องต้น

การกำจัดยุงเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว หากมีปัญหาเกี่ยวกับยุงก็ไม่ควรลังเลที่จะแก้ปัญหา เพราะเมื่อไหร่ที่ปัญหามันสะสมจนเกิดเป็นการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา จะทำให้การแก้ปัญหาทำได้ยากขึ้น การจะกำจัดยุงเราจำเป็นจะต้องรู้ที่มาของยุงเสียก่อน นั่นก็คือแหล่งน้ำขัง เพราะฉะนั้น เราจำเป็นจะต้องกำจัดแหล่งน้ำขังก่อน เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หากเป็นแหล่งน้ำขังที่ไม่สามารถกำจัดได้ สามารถใช้ตัวช่วย ดังนี้

1. ใช้ทรายกำจัดลูกน้ำ

กำจัดยุง

การใช้ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย เป็นวิธีที่ทำกันมายาวนาน โดยจะนำทรายที่มีสารออกฤทธิ์ ทีมีฟอส 1% (Temephos 1%) เข้ามากำจัดวงจรที่เป็นลูกน้ำ ก่อนจะกลายเป็นยุงโตเต็มวัย พิกัดสินค้า ทรายกำจัดลูกน้ำ

หากปัญหาลูกน้ำ หรือยุงไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ ให้เราใช้การป้องกันยุงแทน โดยใช้ตัวช่วยดังนี้

1. สเปรย์กำจัดยุงสำเร็จรูป

กำจัดยุง

สเปรย์กำจัดยุงเป็นของสามัญประจำบ้าน ทุกบ้านที่มีปัญหายุงต้องเคยใช้อยู่แล้ว สามารถกำจัดยุงได้แม้อยู่ในพื้นที่แคบ หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ การใช้งานง่าย แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณในการฉีดพ่น พิกัดสินค้า สเปรย์กำจัดยุง

2. เครื่องไฟฟ้าไล่ยุง

กำจัดยุง

เครื่องไฟไล่ยุงเหมาะกับบ้าน หรือที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ไม่กว้างจนเกินไป เหมาะกับคอนโด และบ้านขนาดเล็ก ประสิทธิภาพของเครื่องนี้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ควรใช้ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท ห้ามวางใกล้อาหาร พิกัดสินค้า เครื่องไฟฟ้าไล่ยุง

3. ใช้โลชั่นทาผิว หรือสเปรย์กันยุง

กำจัดยุง

การใช้โลชั่นกันยุง หรือสเปรย์ทาผิวกันยุง เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ละเด็ก เนื่องจากวิธีใช้ที่ไม่ยุ่งยาก และกลิ่นหอม สามารถป้องกันการถูกยุงกัดได้ในระดับหนึ่ง พิกัดสินค้า สเปรย์กันยุง โลชั่นกันยุง

4. ใช้บริการกำจัดยุง

กำจัดยุง

หากบ้านของท่านมีสวน หรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หรือแม้แต่พื้นที่ในบริเวณบ้านกว้างมาก ทางเราก็แนะนำให้ใช้บริการกำจัดยุงจากมืออาชีพ เพราะเห็นผลเร็ว แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด หากต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ บริการกำจัดยุง

]]>
กำจัดหนู 101 ตัวทำลายประจำบ้าน /%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-101-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/ Sat, 29 Oct 2022 09:29:03 +0000 /?p=1949 การกำจัดหนู เป็นปัญหาที่หลายๆครัวเรือนหลีกเลี่ยงได้ยาก แม้แต่สถานประกอบการเองก็ยังไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ ซึ่งปัญหาหนูจะเป็นปัญหาที่เรื้อรังในอนาคตก็ต่อเมื่อ เราไม่ได้ดูแลทำความสะอาดพื้นที่นั้นๆ หรือเกิดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกส่งผลให้เกิดปัญหาหนู เช่น น้ำท่วม เป็นต้น เมื่อเกิดปัญหาหนูแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าคงจะมีสิ่งของหรืออาหารจำนวนไม่น้อยที่โดนเจ้าตัวปัญหามากัดกิน หรือทำลาย ในบทความนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนูเบื้องต้น แต่ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตชนิดนี้กันก่อน

หนูมาจากไหน และหนูมีกี่ชนิด

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสายพันธ์ของสัตว์ชนิดนี้ก่อนว่าเป็นสายพันธุ์ไหน โดยหนูที่พบบ่อยในไทยจะแบ่งออกเป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ ได้แก่ หนูนอร์เวย์ หนูท้องขาวบ้าน หนูหริ่ง และหนูจี๊ด

หนูนอร์เวย์

กำจัดหนู
กำจัดหนู

หนูชนิดนี้ เป็นหนูที่พบบ่อยที่สุดในบรรดาหนู อีกทั้งยังมีชื่อเรียกที่แตกต่างออกไปตามแต่ละพื้นที่ เช่น หากอยู่ตามร้านอาหาร จะเรียกว่า หนูท่อ อยู่ในที่พักอาศัย จะเรียกว่า หนูบ้าน เป็นต้น โดยหนูประเภทนี้มีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดที่สูงมาก ประกอบกับความคล่องตัว และการปรับตัวตามสภาพแวดล้อม ส่งผลให้หนูชนิดนี้ แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและมีจำนวนมาก สิ่งที่หนูนอร์เวย์ต้องการมีเพียงไม่กี่อย่าง ได้แก่ อาหาร น้ำ ที่พักพิง ในส่วนของอาหารหนูนอร์เวย์กินได้แทบทุกอย่าง แต่สิ่งที่มันชอบกินก็ คือ ขนมปัง หัวปลาทู ส่วนที่พักพิง มีเพียงแค่พื้นที่ปลอดคน หรือที่แคบๆก็เพียงพอแล้ว แต่โดยทั่วไปหากหนูชนิดนี้อาศัยอยู่นอกบ้าน มันจะขุดดินแล้วอยู่ในหลุม หรืออยู่ตามใต้ถุนบ้าน หนูบ้านจะมีขนาดอยู่ที่ 18 – 23 ซม. และน้ำหนัก 200 – 1000 กรัม ออกลูกได้ครั้งละ 7 – 8 ตัว นอกจากนี้มันยังสามารถเดินทางหาแหล่งอาหารใหม่ได้ไกลถึง 3 กม.เลยทีเดียว

หนูท้องขาวบ้าน

กำจัดหนู
กำจัดหนู

หนูท้องขาวบ้าน หรือ หนูหลังคา ส่วนมากจะพบในแถบชนบท อาศัยอยู่บนหลังคาบ้าน หรือตามสวน ไร่นา บางส่วนก็ทำรังบนต้นไม้ หนูชนิดนี้เป็นหนูที่มีขนาดไม่ใหญ่ ถ้าเทียบกับหนูบ้าน เป็นหนูที่ทำให้เกษตรกรปวดหัว เพราะจะคอยกินและทำลายพืชผลต่างๆ หนูท้องขาวเป็นหนูที่มีทักษะการปีนป่ายสูงมาก เหตุผลก็คือ เพื่อป้องกันตัวมันเองจากนักล่าที่อยู่ตามพื้นดิน เช่น งู ตะขาบ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หนูท้องขาวยังคงเป็นปัญหากับผู้คนอยู่ดี เนื่องจากเสียงของมันในตอนกลางคืนทำให้เกิดความรำคาญอย่างมาก ยังไม่นับเรื่องของคนที่กลัวผีด้วยนะ ถ้าได้ยินเสียงกุกกักของหนูหลังคาแบบนี้ก็มีขนลุกกันบ้าง ลักษณะทางกายภาพของหนูท้องขาวจะต่างจากหนูบ้านตรงที่มันมีขนาดเล็กกว่า มีขนาด 18 ซม. ส่วนน้ำหนัก ก็จะอยู่ระหว่าง 90 – 250 กรัม

หนูหริ่ง

กำจัดหนู
กำจัดหนู

หนูหริ่งเป็นหนูที่พบได้ทั้งในที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม หนูหริ่งเป็นหนูที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาหนูทั้ง 4 ชนิด โดยขนาดของมันยาวเพียง 10 – 15 ซม, น้ำหนัก 20 – 55 กรัม หนูหริ่งชอบกินพืชมากกว่ากินเนื้อ มันจะกินเมล็ดพืช และพืชผลทางการเกษตร นอกจากนี้มันยังชอบทำลายเสื้อผ้า สายไฟ กระดาษต่างๆอีกด้วย หนูหริ่งจะอาศัยอยู่ตามลิ้นชัก ซอกหลืบต่างๆ ด้วยความที่ขนาดตัวของมันเล็กมากทำให้มันสามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่มีแต่นักล่าได้อย่างง่ายดาย แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ในเรื่องของการตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากตัวเล็กเวลาเจอหนูชนิดอื่นมาแย่งถิ่นฐาน ทำให้พวกมันต้องย้ายถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้นั่นเอง

หนูจี๊ด

กำจัดหนู
กำจัดหนู

หนูจี๊ด เป็นหนูขนาดเล็กสมชื่อ โดยมีขนาดเพียง 10 – 18 ซม.เท่านั้น ส่วนน้ำหนักก็ประมาณ 30 – 36 กรัม สามารถพบได้ทั่วไปทั้งบริเวณพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่เกษตรกรรม แต่ไม่พบในที่โล่งอย่างทุ่งนา มักจะอยู่ตามป่า หรือถ้ำมากกว่า นอกจากนี้หนูจี๊ด ยังเป็นหนูที่ปีนป่ายเก่งมาก สามารถปีนสายไฟเส้นเล็กๆได้อย่างง่ายดาย เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเป็นนักว่ายน้ำชั้นยอดอีกด้วย หนูจี๊ดไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอาหาร มันสามารถกินได้ทั้งเนื้อและพืช กินเยอะมากกว่าน้ำหนักตัวถึง 10 เท่า หนูจี๊ดจะทำรังโดยไม่ขุดรู อาศัยในซอกหิน โพรงไม้ หรือในที่แคบที่มนุษย์เข้าไม่ถึง

วิธีกำจัดหนู

การกำจัดหนูนั้นมีหลายวิธี เริ่มตั้งแต่การจับไปปล่อยจนถึงขั้นวางยา สาเหตุที่ต้องกำจัดหนู เพราะ หนูเป็นพาหะนำโรค นอกจากนี้ของเสียต่างๆ เช่น ฉี่หนู ก็ทำให้สภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยดูไม่มีสุขอนามัย นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆอีก เช่น หนูเข้าห้องเครื่อง ทำให้เครื่องยนต์เสีย หนูเข้าห้องนอนทำให้ไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ หนูกัดสายไฟทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อทำตามนี้

1. ใช้กรงดักหนู

กำจัดหนู

การใช้กรงดักหนูเป็นวิธีที่มีมาตั้งแต่โบราณ เป็นวิธีที่มีจริยธรรมเนื่องจาก จับได้ก็เอาไปปล่อย ไม่ต้องเอาชีวิตหนู หากต้องการใช้กรงดักหนู สามารถซื้อได้ที่ พิกัดสินค้า กรงดักหนู

2. ใช้สเปรย์ไล่หนู​

กำจัดหนู

การใช้สเปรย์ไล่หนู เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ทำร้ายหนู สามารถใช้เพื่อป้องกันพื้นที่บางพื้นที่ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ได้ทุกที่อีกด้วย ไม่ว่าจะแคบแค่ไหนก็ใช้ได้ พิกัดสินค้า สเปรย์ไล่หนู

3. ใช้กาวดักหนู​

กำจัดหนู

การใช้กาวดักหนูเป็นวิธีที่ผู้เขียนคิดว่ามีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถกำจัดหนูได้อย่างแน่นอนและไม่ย้อนกลับมาอีก โดยเมื่อดักได้แล้วก็ทิ้งไปพร้อมกับกาวเลย อาจดูโหดร้ายแต่ได้ผลดี พิกัดสินค้า กาวดักหนู


4. ใช้ยาเบื่อหนู

กำจัดหนู

การใช้ยาเบื่อหนูค่อนข้างอันตราย แต่ได้ผลดีมากและใช้ได้ในวงกว้าง การใช้ยาเบื่อหนูต้องระวังเรื่องสัตว์เลี้ยง และเด็ก เป็นพิเศษ หากดูแลได้ ก็ไม่มีปัญหาในการใช้ พิกัดสินค้า ยาเบื่อหนู


5. ใช้เหยื่อพิษ

การใช้เหยื่อพิษเป็นทางเลือกขั้นสุดท้ายในการใช้กำจัดหนู เนื่องจากเหยื่อพิษอันตรายมาก แต่หากเรานำไปใส่ในกล่องหรือทำเป็นกับดัก ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเหยื่อพิษจะทำให้หนูแห้งตาย กลิ่นเหม็นลดลง แต่ก็ยังต้องเก็บซาก พิกัดสินค้า เหยื่อพิษหนู กล่องใส่เหยื่อพิษ

]]>
รู้จักมด 101 แมลงตัวจิ๋ว ป่วนบ้าน /%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%94-101-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/ Mon, 24 Oct 2022 10:09:30 +0000 /?p=1929 ทำไมมดถึงขึ้น คำถามนี้คงอยู่ในใจของคนที่เป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของคอนโด ที่ประสบปัญหามดขึ้นข้าวของ ถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดแล้ว แต่มดก็ยังขึ้นอยู่ บทความนี้จะมาเสนอแนวทางการแก้ปัญหามด ก่อนที่เราจะไปดูวิธีแก้ปัญหา เรามารู้จักมันก่อนว่า มดมาจากไหน ทำไมมดขึ้นบ้าน แล้วมดที่ขึ้นข้าวของพวกนี้มีกี่ชนิด

มดมากจากไหน

มดโดยทั่วไปแล้วมีแหล่งกำเนิดอยู่ตามธรรมชาติ ย้อนไปหลายล้านปีก่อน ยุคไดโนเสาร์ มดได้มีวิวัฒนาการมาจากตัวต่อชนิดหนึ่ง แล้วได้ทำการขยายพันธุ์ไปทั่วโลก สังเกตุได้จากซากฟอสซิลที่กระจายตัวอยู่ในทวีปต่างๆ ในปัจจุบันมีหลายสาเหตุที่ทำให้มดจากที่อยู่ตามธรรมชาติ มาอยู่ในที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือคอนโด เช่น ช่วงฝนตก แล้วเกิดน้ำท่วม น้ำอาจจะพัดมดจากแหล่งธรรมชาติมาอยู่ในบ้านเราก็เป็นได้ หรือ เกิดจากการที่บ้านของคุณเป็นแหล่งอาหารใหม่สำหรับมด ส่งผลให้มันทำการย้ายรังมาอยู่ตามซอกหรือ ใต้พื้นที่ผุผังบริเวณบ้านของคุณ เป็นต้น

มดที่พบบ่อยในประเทศไทย

มดที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่จะไม่อันตราย เพราะ ความหลากหลายทางธรรมชาติในประเทศไทยไม่ได้ออกแบบให้มดเป็นผู้ล่ามากขนาดนั้น แต่ออกแบบให้มดเป็นผู้ย่อยสลาย คล้ายกับพืช แต่ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีมดที่อันตราย มาดูดีกว่าว่ามดที่พบบ่อยมีมดอะไรบ้าง

1. มดแดง

กำจัดมด
กำจัดมด

มดแดงเป็นมดที่พบบ่อยมากที่สุดในธรรมชาติ เนื่องจากเป็นมดที่ออกหากินตามพื้นดินและทำรังบนต้นไม้ ลักษณะทางกายภาพของมันส่งผลให้มันเป็นนักล่าชั้นยอด ซึ่งตัวเต็มวัย จะมีขนาด 12 มิลลิเมตร มดแดงมีชีวิตอยู่ในรูปแบบสังคม มีการแบ่งวรรณะ เป็นวรรณะราชินี วรรณะสืบพันธุ์ และวรรณะกรรมกร แต่ละวรรณะมีการแบ่งหน้าที่การทำงานไว้อย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่งานที่เกิดขึ้นจะเป็นการหาอาหาร สร้างรัง ทำความสะอาดรัง ดูแลราชินี และดูแลตัวอ่อน ซึ่งหน้าที่ทั้งมดส่วนใหญ่จะเป็นของมดงาน เพราะฉะนั้นจำนวนมดงานจึงเยอะกว่ามดวรรณะอื่นๆ ด้วยความจริงข้อนี้ ส่งผลให้บางที เราเจอมดในครัว ยิ่งถ้าบ้านใกล้ต้นไม้ ก็ไม่แปลกใจเลยถ้าจะเจอมดในห้องนอน

2. มดคันไฟ

กำจัดมด
กำจัดมด

มดคันไฟ เป็นมดที่มีความก้าวร้าวที่สุด ไม่ว่าไต่ตรงไหนก็กัด อีกทั้งยังสามารถแพร่พันธุ์และรุกรานถิ่นที่อยู่ของสัตว์ชนิดอื่นๆ แต่ด้วยความที่ขนาดตัวของมันมีเพียง 2 มิลลิเมตร มันจึงเป็นนักล่าที่ต้องอาศัยจำนวน มดคันไฟเป็นมดที่มีพิษ ซึ่งพิษของมันหากโดนคนที่ไม่แพ้จะเกิดเพียงแค่ตุ่มคัน และรอยแดงเพียงเท่านั้น หากพิษไปโดนคนที่แพ้อาจจะทำให้อาการเกิดมากกว่าเป็นตุ่มแดง อาจเป็นลมพิษ และถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้ มดคันไฟส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ใต้ดิน โดยมันจะทำรังโดยใช้ทรายก่อขึ้นมาเป็นทรงกรวยเป็นทางเข้า-ออก ส่วนด้านในมันจะขุดรูเป็นเส้นทางหลายๆทางเชื่อมกัน

3. มดดำ

กำจัดมด
กำจัดมด

มดดำเป็นมดที่ไม่เป็นอันตราย และไม่กัดคน ขนาดโตเต็มที่ของมันนับว่าเล็กมาก เล็กกว่ามดคันไฟ โดยมีขนาดเพียง 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่การที่มันไม่กัดคนไม่ได้แปลว่ามันเป็นมดที่ปลอดภัย มดดำเป็นมดที่สร้างความรำคาญให้กับครัวเรือนเป็นอย่างมาก เนื่องจากความว่องไวของมันส่งผลให้มันสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็ว หากเราเผลอวางอาหารทิ้งไว้ รับรองไม่ถึง 5 นาที ฝูงมดดำได้มารุมตอมอาหารของเราแน่นอน ว่ากันว่า มดดำสามารถวิ่งได้เร็วเท่ารถไฟเลยทีเดียว มดดำสามารถทำรังได้ทั้งในที่ชื้นและที่แห้ง ไม่ว่าจะเป็นตามเปลือกไม้ ใต้ก้อนหิน หรือแม้แต่ในบ้านตามซอกกระเบื้อง

4. มดตะนอย

กำจัดมด
กำจัดมด

มดตะนอยเป็นมดที่มีพิษ คล้ายๆมดคันไฟแต่รุนแรงกว่า โดยมดตะนอยจะใช้เหล็กในในการจู่โจมเหมือนกับตัวต่อหรือผึ้ง แต่ต่างกันตรงที่ว่า มดตะนอยสามารถดึงเหล็กในกลับได้ ส่งผลให้มันสามารถต่อยคนซ้ำๆได้ มดตะนอยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบตามบ้านเรือนแต่จะพบตามธรรมชาติ ตามต้นไม้ต่างๆ หรือตามพื้นดินใกล้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งลักษณะทางกายภาพของมดชนิดนี้ นับว่าเหมือนตัวต่อมากแต่ไม่มีปีก ตัวเต็มวัยจะมีขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร สีแดงดำสะดุดตา มดตะนอยถือเป็นมดที่มีพิษร้าย หากแพ้อาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็ไม่ได้มีแต่โทษเพียงอย่างเดียว มดตะนอยจะคอยกินสัตว์มีพิษชนิดอื่นที่รุกล้ำอาณาเขตของมัน ส่งผลให้สัตว์มีพิษจะไม่ค่อยเข้ามา

การกำจัดมดเบื้องต้น

วิธีกำจัดมดมีหลายวิธี สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม โดยในบทความนี้จะแนะนำการกำจัดมดโดยใช้สารเคมี ผู้อ่านสามารถนำไปใช้ตามสถานการณ์ได้เลย

1. ใช้สเปรย์กำจัดมดฉีดพ่น

กำจัดมด

การใช้สเปรย์เป็นวิธีพื้นฐานสำหรับการกำจัดมดในบ้าน ซึ่งไม่เพียงแต่สะดวก แต่ยังหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกำจัดมดในบ้าน สามารถใช้ได้ทั้ง กำจัดมดในห้องนอน กำจัดมดในห้องน้ำ แต่ก็อันตรายหากสูดดม เพราะฉะนั้นควรปล่อยไว้สักพักแล้วค่อยเข้าไปในพื้นที่

ข้อดี: ง่าย สะดวก รวดเร็ว
ข้อสีย: ไม่แม่นยำ ออกฤทธิ์ช้า

พิกัดสินค้า สเปรย์กำจัดมด

2. ใช้ผงโรยกำจัดมด

กำจัดมด

ผงโรยกำจัดมด เหมาะกับคนที่มีบ้านใกล้กับ ป่าหรือแหล่งธรรมชาติที่มีต้นไม้เยอะ เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการทำรังของมด หากผู้อ่านเป็นเกษตรกร สามารถนำผงโรยไปโรยบนต้นไม้ได้ด้วย

ข้อดี: ป้องกันมดที่จะเข้ามาในบริเวณบ้าน ใช้ได้ทุกบริเวณ
ข้อเสีย: ผงกำจัดมดอาจเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยง

พิกัดสินค้า ผงโรยกำจัดมด

3. ใช้เจลกำจัดมด

กำจัดมด

ผงโรยกำจัดมด เหมาะกับคนที่มีบ้านใกล้กับ ป่าหรือแหล่งธรรมชาติที่มีต้นไม้เยอะ เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการทำรังของมด หากผู้อ่านเป็นเกษตรกร สามารถนำผงโรยไปโรยบนต้นไม้ได้ด้วย

ข้อดี: ป้องกันมดที่จะเข้ามาในบริเวณบ้าน ใช้ได้ทุกบริเวณ
ข้อเสีย: ผงกำจัดมดอาจเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยง

พิกัดสินค้า เจลกำจัดมด

4. ใช้บริการกำจัดมดจากมืออาชีพ

กำจัดมด

หากปัญหามด ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการใช้เจล หรือสเปรย์ ก็ให้จ้างมืออาชีพมากำจัดมด รวมถึงค้นหาต้นตอของการแพร่ระบาด เพื่อป้องกันปัญหามดในอนาคต หากยังไม่แน่ใจว่า จะเลือกบริษัทไหน ก็ขอฝาก บริษัท เวรี่กู๊ดเซอร์วิส จำกัด ไว้ในใจด้วยนะคร้าบบบ

]]>
แมลงสาบ 101 ปัญหาที่ต้องแก้ /%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9a-101-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81/ Mon, 03 Oct 2022 09:42:19 +0000 /?p=1855 เชื่อว่าคนไทยเกือบทุกคนเคยเจอปัญหาแมลงสาบ ไม่ว่าจะทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน หรือแม้แต่ร้านอาหาร เวลามันเดินเราจะไม่ค่อยรู้สึกว่าอันตราย แต่เมื่อมันสยายปีกแล้วบิน แน่นอนว่าส่วนใหญ่ต้องวิ่ง เพราะถ้าเป็นผู้เขียน ถ้าเจอแบบนั้นก็คงจะไม่อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเราลองมาคิดดูดีๆแล้ว อะไรทำให้แมลงสาบพวกนี้มาอยู่ในบ้าน หรือที่ที่เราอยู่ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้แมลงสาบขึ้นบ้าน แมลงสาบเข้าห้องนอน ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแมลงสาบกัน

แมลงสาบมาจากไหน

แมลงสาบส่วนใหญ่สามารถพบเจอได้ทั่วไปในสถานที่ที่มีความชิ้น และมีแหล่งอาหาร เช่น ตามถังขยะ สวนสาธารณะ หรือแม้แต่ห้องน้ำ แต่รู้หรือไม่ว่า แหล่งที่มาจริงๆของแมลงสาบมาจากไหน คำตอบก็คือ ท่อน้ำทิ้งยังไงล่ะ
แมลงสาบที่พบตามที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มาจากท่อน้ำทิ้ง โดยพื้นฐานของแมลงสาบทุกชนิดจะชอบที่มืด เย็น และมีแหล่งอาหาร ซึ่งท่อน้ำทิ้งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการอยู่อาศัย และการขยายพันธุ์

สายพันธุ์แมลงสาบที่พบบ่อยในไทย

เมื่อเรารู้แล้วว่าแมลงสาบมาจากไหน เราก็ควรจะมาดูว่าสายพันธุ์ที่เราเจอเป็นสายพันธุ์ไหนบ้าง เพื่อให้ง่ายต่อการแก้ปัญหาแมลงสาบในอนาคต เริ่มกันด้วย

1. แมลงสาบอเมริกัน

กำจัดแมลงสาบ
กำจัดแมลงสาบ

แมลงสาบอเมริกันเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปตามถังขยะ บ้าน หรือตามท่อน้ำทิ้ง โดยลักษณะของแมลงสาบอเมริกัน จะมีสีออกน้ำตาล เป็นแมลงสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในบ้านเรือน โดยที่หลังหัวจะมีสีเหลืองแซมนิดหน่อย มี 6 ขา มีหนวด ขนาดโตเต็มวัยจะยาว 32- 54 มิลลิเมตร สัญญาณในการดูว่าบ้านเรามีแมลงสาบอเมริกันระบาดหรือไม้ ดูได้จากกลิ่น หากได้กลิ่นเหม็นอับไม่ว่าจะเป็นในตู้เสื้อผ้า ใต้เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ในตู้กับข้าว นี่ก็เป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง เพราะแมลงสาบอเมริกันสามารถปล่อยฟีโรโมนบางอย่างได้ เพราะฉะนั้น หากจมูกดีๆแล้วได้กลิ่นเหม็นอับนี้ แสดงว่าแมลงสาบได้เข้าบ้านคุณแล้ว

2. แมลงสาบเยอรมัน

กำจัดแมลงสาบ
กำจัดแมลงสาบ

แมลงสาบเยอรมันเป็นแมลงสาบที่มีความว่องไวสูง โดยจะพบมากตามถังขยะ หรือหลังร้านอาหาร แมลงสาบเยอรมันขนาดตัวเต็มวัยจะยาวประมาณ 11 – 16 มิลลิเมตร ตัวเมียจะมีสีที่เข้มกว่าตัวผู้ เป็นแมลงสายสายพันธุ์เล็กที่ส่งผลเสียต่อสุขลักษณะ และอนามัยในพื้นที่ที่มีการระบาด เราสามารถสังเกตการระบาดของแมลงสาบชนิดนี้ได้โดยดูจากมูลของแมลงสาบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายพริกไทย มีสีดำ ขนาดเล็ก ช่วงชีวิตของแมลงสาบเยอะมันมี 200 วัน สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 1 เดือนจากไข่ก็กลายเป็นแมลงสาบเยอรมันตัวโตเต็มวัยแล้ว

3. แมลงสาบออสเตรเลีย

กำจัดแมลงสาบ
กำจัดแมลงสาบ

แมลงสาบออสเตรเลียคล้ายกันแมลงสาบอเมริกัน ต่างกันที่แมลงสาบออสเตรเลียจะมีสีเข้มกว่าและจะมีขีดสีเหลืองอยู่ส่วนบนของปีก ตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดประมาณ 28 – 33 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่แมลงสาบออสเตรเลียจะอาศัยอยู่ตามท่อระบายน้ำ ห้องน้ำ ห้องครัว จะไม่ค่อยพบตามพื้นที่โล่ง แต่อาจมีพบบ้างตามรอบนอกของที่อยู่อาศัย แมลงสาบออสเตรเลียจะชอบกินอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลมาก เพราะฉะนั้นไม่ควรนำอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัย มิเช่นนั้นแมลงสาบจะบุกบ้านแน่นอน

4. แมลงสาบเฟอร์นิเจอร์

กำจัดแมลงสาบ
กำจัดแมลงสาบ

แมลงสาบตัวเล็กที่เราเห็นตามลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้า กล่องเก็บเอกสารต่างๆ เรียกว่า แมลงสาบเฟอร์นิเจอร์ โดยลักษณะทางกายภาพของมันต่างกับแมลงสาบที่อยู่ตามท่อน้ำทิ้งอย่างมากโดย ตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดเพียง 9 -14 มิลลิเมตรเท่านั้น ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนไปจนเข้ม มีลายสีเหลืองคล้ายตัว V อยู่บริเวณปีก แต่ด้วยความที่มันเป็นแมลงสาบตัวเล็ก ส่งผลให้มันสามารถแอบในที่ที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้แม้ว่าจะใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่นไปในบริเวณที่มันอยู่ แต่มันก็อาจเล็ดรอดหนีไปได้

วงจรชีวิตแมลงสาบ

กำจัดแมลงสาบ

แมลงสาบมีการเจริญเติบโตแบบไม่สมบูรณ์ ซึ่งก็คือในช่วงชีวิตของมันมีเพียง 3 ระยะ เท่านั้น ได้แก่ช่วงที่เป็นไข่ เป็นตัวอ่อน และตัวเต็มวัย

ช่วงที่เป็นไข่

ไข่แมลงสาบจะมีปลือกหุ้ม เรียกว่า ฝักไข่ โดยแมลงสาบแต่ละชนิดจะวางไข่ได้ตั้งแต่ 16 – 30 ฟอง และจะวางประมาณ 4-8 ชุด บางสายพันธุ์สามารถวางได้สูงถึง 90 ชุด แมลงสาบมักจะวางไข่ในที่ที่แสงเข้าไม่ถึง เช่น ในตู้เสื้อผ้า ในลิ้นชัก หรือแม้แต่ตามขอบผนัง ขอบประตูต่างๆ แมลงสาบจะใช้เวลาในการฟักตัวตั้งแต่ 1 – 3 เดือนขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

ช่วงที่เป็นตัวอ่อนหรือตัวกลางวัย

ในช่วงที่เป็นตัวอ่อนลักษณะทางกายภาพจะคล้ายตัวเต็มวัย แต่แตกต่างเพียงแค่สี ซึ่งตอนเป็นตัวอ่อนจะมีสีขาว แต่หลังจากผ่านไป 3-4 สัปดาห์ มันก็จะลองคราบแล้วสีของมันก็จะเข้มขึ้น จนท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นตัวเต็มวัย โดยระยะเวลาในการลอกคราบของแมลงสาบแต่ละชนิดจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แต่โดยเฉลี่ยแล้วกว่าจะเป็นตัวเต็มวัยตองลอกคราบอย่างน้อย 3-5 ครั้ง

ช่วงที่เป็นตัวเต็มวัย

ในช่วงที่เป็นตัวเต็มวัย ลักษณะทางกายภาพจะเด่นชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาในส่วนปีก ส่วนเพศ และข้อต่อต่างๆ โดยตัวโตเต็มวัยแต่ละสายพันธุ์ จะมีสีที่บ่งบอกถึงสายพันธุ์นั้นๆ เช่น แมลงสาบเฟอร์นิเจอร์ ก็จะมีลายบนปีกคล้ายตัว V เป็นต้น

แมลงสาบชอบกินอะไร

แมลงสาบส่วนใหญ่ ออกหากินเวลากลางคืน สามารถกินอาหารได้ทุกชนิด ทั้งพืชและสัตว์ แต่ส่วนมากตามระบบย่อยอาหารของมัน มันจะกินอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเสียส่วนใหญ่ แม้แต่ซากแมลงอื่นๆ น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ กระดาษ ผ้า ทุกอย่างที่มีส่วนประกอบของแป้งหรือน้ำตาล แมลงสาบสามารถกินได้หมด นอกจากนี้ระหว่างที่มันกินอาหารมันก็จะขับถ่ายออกมาด้วย ส่งผลให้เราเห็นเศษมูลสีดำๆบ่อยครั้งตามตู้เสื้อผ้า หรือห้องครัว ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่มีอาหารแมลงสาบก็สามารถอดอาหารได้ถึง 1 เดือน แต่หากขาดน้ำจะอยู่ได้เพียง 1 สัปดาห์

แมลงสาบกัดคนได้หรือไม่

แมลงสาบสามารถกัดคนได้ โดยมีข่าวอ้างอิงว่า หน่วยกู้ชีพขุนรัตนาวุธฯ ที่กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากผัวเมียชาวพม่า ถูกแมลงสาบเข้ามากัดเมียในมุ้ง เป็นรอยเขี้ยว 2 ที่ มีอาการเจ็บแสบ บวมแดง ปวดหัว หน้ามืด และเป็นลม หมอฉีดยาให้ เผยเป็นเคสแรกที่เจอคนถูกแมลงสาบกัด พบว่าเป็น ชาวเมียนมา อายุ 40 ปี พูดไทยได้ บอกว่ารู้สึกว่าถูกกัดเข้าที่บริเวณเข่าด้านขวา มีแผลบวม แดง และปวดตามร่างกาย เวียนหัว เจ็บแสบที่ไหล่ซ้าย เจ้าหน้าที่ขุนรัตนาวุธจึงเร่งนำโรงพยาบาล

วิธีกำจัดแมลงสาบ

การกำจัดแมลงสาบสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นในห้องนอน หรือห้องน้ำ แต่ในบทความนี้จะแนะนำวิธีสำหรับคนงบน้อยไปจนถึงงบเยอะ

1. ใช้น้ำยาล้างจาน

กำจัดแมลงสาบ

ใช้น้ำยาล้างจานฉีดพ่นไปที่ตัวแมลงสาบโดยตรง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัด และได้ผลสำหรับพื้นที่ที่มีแมลงสาบไม่เยอะ และพื้นที่ไม่กว้าง ด้วยความที่แมลงสาบหายใจโดยใช้รูที่อยู่ข้างๆส่วนท้อง การทำให้ท่อหายใจใช้ไม่ได้เป็นวิธีที่ได้ผลสำหรับคนงบน้อย

2. ใช้บ้านแมลงสาบ

กำจัดแมลงสาบ

ใช้บ้านแมลงสาบ วิธีนี้เหมาะกับคนที่กลัวแมลงสาบมาก และเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ใช้โดยการนำมาวางตามจุดต่าง เช่น ห้องครัว หลังตู้กับข้าว ในตอนกลางคืน เพียงเท่านี้แล้วก็รอ เมื่อแมลงสาบเข้ามาติดกับดักก็สามารถนำไปทิ้งได้เลย พิกัดสินค้า บ้านแมลงสาบ

3. ใช้เจลกำจัดแมลงสาบ

กำจัดแมลงสาบ

ใช้เจลกำจัดแมลงสาบ วิธีนี้เหมาะกับสายฮาร์ดคอร์ เพราะ เจลนี้สามารถกำจัดแมลงชนิดอื่นได้ด้วย แต่ไม่แนะนำสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะ สัตว์เลี้ยงอาจเผลอไปกิน อย่างไรก็ตามหากควบคุมพื้นที่ได้ ดูแลสัตว์เลี้ยงได้ การใช้เจลก็ถือว่ามีข้อดีพอตัวเลย เพียงหยอดเจลไว้ตามจุดเสี่ยง แล้วรอแมลงสาบมากิน แล้วก็กวาดซากมันไปทิ้ง แนะนำสำหรับร้านอาหาร และโรงงาน หรือสถานที่ที่มีพื้นที่กว้าง พิกัดสินค้า เจลกำจัดแมลงสาบ

4. ใช้สเปรย์กำจัดแมลงสาบ

กำจัดแมลงสาบ

ใช้สเปรย์กำจัดแมลงสาบ วิธีนี้เหมาะกับแม่บ้านที่มีเวลาดูแลบ้าน เพราะต้องเป็นคนช่างสังเกต และชอบแก้ปัญหา เมื่อเจอแมลงสาบก็เอาสเปรย์ไปพ่น ออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า แต่รับรองแมลงสาบกระเจิงแน่นอน พิกัดสินค้า สเปรย์กำจัดแมลงสาบ

5. ใช้ผงกำจัดแมลงสาบ

กำจัดแมลงสาบ

กรณีที่เจอแมลงสาบตามของประตู ขอบผนังในส่วนที่เข้าไม่ถึง แนะนำให้ใช้ผงกำจัดแมลงสาบโรยไว้ให้ทั่ว โรยตามทางเดินของแมลงสาบ เมื่อมันเดินผ่านมันก็จะกินแล้วก็ตาย ออกฤทธิ์คล้ายเจล แต่เป็นผง พิกัดสินค้า ผงกำจัดแมลงสาบ


กรณีที่ไม่สามารถจัดการปัญหาแมลงสาบได้ด้วยตัวเอง แนะนำให้จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกำจัดแมลงโดยเฉพาะให้เข้ามาดูแล เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญสามารถระบุแหล่งกบดานของมันและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด หากพบปัญหาแมลงสาบติดต่อ บริษัท เวรี่กู๊ดเซอร์วิส จำกัด โทร. 02-312-2333

]]>
ปลวก 101 กำจัดปลวกอย่างถูกวิธี /%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%81/ Mon, 03 Oct 2022 06:36:29 +0000 /?p=1753 ปลวกเป็นแมลงที่มีอยู่ทั่วโลก ยกเว้นขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ ปลวกเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากเป็นอันดับสอง รองจากมดที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ปลวกยังเป็นตัวทำลายอีกด้วย มันทำลายทั้งบ้าน กระดาษ ผ้า ทำลายเก่งยิ่งกว่าหนูเสียอีก ที่มาของปลวกก็มาได้ทั้งใต้ดิน บนดิน แม้กระทั่งกลายเป็นแมลงเม่าแล้วบินมาในช่วงฤดูฝน การกำจัดปลวกเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเจ้าของบ้าน และเจ้าของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ร้านอาหาร โรงแรม ต่างจำเป็นต้องวางแผนในการป้องกันและกำจัดสัตว์รบกวนทั้งสิ้น ก่อนจะไปกำจัดปลวก เรามาทำความรู้จักกับปลวกก่อนว่ามาจากไหน มีกี่ชนิด

ปลวกมาจากไหน

1. บินเข้ามาในบ้าน

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

ปลวกสามารถบินเข้ามาในบ้านในช่วงผสมพันธ์ โดยจะกลายแมลงเม่า เมื่อแมลงเม่าบินมาเจอคู่แล้วก็จะสลัดปีกลงดินพากัน สร้างรังใต้ดินต่อไป หากฤดูฝนมีแมลงเม่ามาบินรอบบ้านแล้วล่ะก็ อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าปลวกตัวร้ายกำลังย่องเข้ามาสร้างรังในบ้านของเรา ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมลงเม่า

2. มาจากใต้ดิน

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

ปลวก สามารถคลานเข้ามาในช่วงรอยต่อของ บ้าน อาคาร หรือ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่สัมผัสกับดิน ปลวกไม่สามารถเจาะปูน หรือซีเมนต์ได้ แต่หากมีรอยแตกเพียงนิดเดียวแค่ไม่กี่มิลลิเมตร เจ้าปลวกตัวน้อยก็สามารถเข้ามาทำรังในบ้านเราได้ทันที

ปลวกมีกี่ชนิด

ในประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ ส่งผลให้ระบบนิเวศน์ และห่วงโซ่อาหารมีขนาดใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่กับปลวก ในส่วนนี้ปลวกทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายในระบบนิเวศน์ ในขณะเดียวกัน ปลวกก็มีศัตรูทางธรรมชาติอยู่ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ มด แมงมุม นก ส่งผลให้ปลวกต้องปรับตัว เราสามารถแบ่งปลวกที่พบในประเทศไทย ออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ปลวกใต้ดิน (Subterranean Termites) ปลวกไม้แห้ง (Drywood Termites) ปลวกไม้ชื้น (Drywood Termites) แต่ละชนิดก็มีพฤติกรรมแตกต่างกัน เรามาทำความรู้จักปลวกแต่ละชนิดกันก่อน

1. ปลวกใต้ดิน (Subterranean Termites)

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

ปลวกใต้ดินเป็นปลวกที่มีอายุเก่าแก่ ถึง 55 ล้านปี อาศัยอยู่ทั่วทุกมุมโลกยกเว้น อลาสก้า ปลวกใต้ดินชอบอากาศที่อบอุ่น ขนาดของปลวกใต้ดิน ยาวประมาณ 0.2-0.22 ซม. แมลงเม่าของปลวกพันธุ์นี้จะมีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีดำ ปลวกงานของสายพันธุ์ใต้ดินจะมีสีครีม ขนาด 0.2 -0.3 ซม. ปลวกใต้ดินเป็นปลวกที่ต้องพึ่งความชื้นเพื่อความอยู่รอด เมื่อมันออกมาหาอาหารบนผิวดิน หรือนอกรัง มันต้องสร้างเส้นทางที่จะพามันกลับไปใต้ดินเพื่อเติมความชื้นให้ตัวมันเอง ส่วนใหญ่ปลวกชนิดนี้จะทำรังอยู่ใต้ดิน แต่บางครั้งหากเรามีไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ชื้นๆ หรือพื้นที่ที่น้ำรั่ว ท่อแตก ไม่ว่าพื้นที่ไหนที่มีความชื้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าปลวกใต้ดินอาจขึ้นไปทำรังในบริเวณดังกล่าว เราสามารถสังเกตพฤติกรรมของปลวกใต้ดินได้ คือ มันจะสร้างทางเดินไว้เพื่อเชื่อมต่อกับแหล่งอาหารของมัน ซึ่งทางเดินก็สร้างมาจากมูลของพวกมัน นอกจากนี้เส้นทางเดินของปลวกใต้ดินยังใช้เพื่อปกป้องตัวมันจากผู้ล่าชนิดอื่นๆด้วย เช่น มด เป็นต้น ความเสียหายที่เกิดจากปลวกใต้ดิน ใช้เวลานานพอสมควร โดยมันจะค่อยๆกินไม้จากเนื้อไม้อ่อนๆก่อน นั่นก็คือเนื้อไม้ด้านใน ส่งผลให้เวลาเราเคาะกำแพง หรือพื้นไม้ต่างๆ เราจะรู้สึกได้ว่ามันกลวงๆ

2. ปลวกไม้แห้ง (Drywood Termites)

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

ปลวกไม้แห้งมีความอันตรายรองจากปลวกใต้ดิน เนื่องจากปลวกชนิดนี้พึ่งความชื้นน้อยกว่าปลวกใต้ดิน ปลวกพวกนี้จะอาศัยอยู่ในต้นไม้ หรือวัสดุอะไรก็ตามที่เป็นไม้ ปลวกไม้แห้งมักจะพบตามธรรมชาติมากกว่าในที่อยู่อาศัย หรือโรงงาน มันจะอยู่ในต้นไม้ที่ตายแล้ว หรืออยู่ตามไม้อัด ไม้แปรรูป ขนาดของปลวกไม้แห้งไม่ต่างจากปลวกใต้ดิน คือมีขนาดประมาณ 0.2 – 0.5 ซม. ปลวกไม้แห้งนั้นกำจัดได้ยากกว่าปลวกใต้ดิน เพราะการวางเหยื่อกำจัดปลวก(เชื่อว่าเป็นการกำจัดปลวกที่ดีที่สุด) ใช้ได้ผลน้อยกับปลวกไม้แห้ง เพราะฉะนั้นการฉีดพ่นกำจัดปลวกและการอัดน้ำยาจะให้ผลดีกว่า ปลวกไม้แห้งจะชอบกินไม้ทุกชนิดทั้งไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน หากปลวกชนิดนี้เข้ามาในที่อยู่อาศัยแล้ว มันก็จะอยู่ตามขอบประตู ชั้นวางของที่เป็นไม้ หรือไม่ก็ในวัสดุที่เป็นไม้เก่าๆ หากเราไม่ป้องกัน เช่น เคลือบผิวไม้ โอกาสที่จะโดนปลวกไม้แห้งระบาดก็มีสูง ปลวกไม้แห้งจะใช้ความชื้นในการกินและเผาผลาญ ประกอบกับด้วยความที่มันอาศัยอยู่ในไม้ ส่งผลให้การที่มันจะโดนล่าโดยศัตรูทางธรรมชาติเป็นไปได้ยากมาก นอกจากนี้ปลวกไม้แห้งจะกินไม้โดยเจาะรูลึกลงไปในไม้เรื่อยๆ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นเม็ดสีน้ำตาล เราสามารถสังเกตเห็นได้ตามพื้นที่ปลวกระบาด เพราะฉะนั้นการกำจัดปลวกไม้แห้งจำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เสียหายบานปลาย

3. ปลวกไม้ชื้น (Dampwood Termite)

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

ปลวกไม้ชื้นเป็นปลวกที่มีขนาดใหญ่กว่าปลวกใต้ดิน โดยขนาดตัวของมันจะอยู่ที่ประมาญ 0.2 – 0.25 ซม. ปลวกไม้ชื้นนั้น เวลามันระบาด เราจะตรวจสอบได้ยากมาก เพราะมันสามารถซ่อนตัวได้อย่างแยบยล อีกทั้งยังสร้างความเสียหายมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป ปลวกไม้ชื้นจะไม่สร้างทางเดินเหมือนปลวกใต้ดิน และจะไม่สร้างโพรงแล้วทิ้งมูลไว้เหมือนปลวกไม้แห้ง ปลวกไม้ชิ้นจะใช้มูลของตัวเองในการอุดรูต่างในรัง หรือพื้นที่ของมันเพื่อเก็บความชื้น ปลวกไม้ชื้นจะอาศัยความชื้นจากไม้ในการดำรงชีวิต ส่วนใหญ่ปลวกไม้ชื้นไม่จำเป็นต้องใช้ดินเพื่อเก็บความชุ่มชื้น มันจะอาศัยไม้ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำมาทำเป็นรัง หากที่อยู่อาศัย มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำเยอะ ก็จะส่งผลให้ดึงดูดปลวกชนิดนี้ ปลวกไม้ชื้นสามารถระบาดได้หากเราไม่ได้ดูแลระบบอากาศ ระบบท่อ หรือ การละเลยเรื่องความชื้นต่างๆ ปลวกไม้ชื้นสามารถสร้างอุโมงค์ในการขยายพื้นที่และหาอาหารโดยใช้มูลของมันเอง ส่งผลให้เวลาแห้งเราจะเห็นเศษๆมูลปลวกตามทางเดินอุโมงค์เหล่านี้

สาเหตุที่ปลวกขึ้นบ้าน

สาเหตุหลักๆที่ปลวกขึ้นบ้านมาจากความชื้น ความชื้นต่างๆไม่ว่าจะมาจากสภาพอากาศ ท่อประปาที่แตกแล้วไม่ได้ซ่อม รางน้ำที่เสียแล้วทำให้น้ำกระเด็นเข้าบ้าน ความชื้นหลังน้ำท่วม หลังคารั่ว ทั้งหมดนี้มีส่วนในการดึงดูดปลวก เพราะว่าไม้ และความชื้นเป็นทั้งแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของปลวก ถึงแม้ว่าจะกำจัดปลวกไปหมด แต่ยังไม่ได้ดูแลเรื่องความชื้นก็มีสิทธิ์ที่ปลวกจะย้อนกลับมาได้ นอกจากนี้ปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องก็มีส่วนเช่น พื้นดินที่ก่อสร้าง หากเป็นดินที่มีความชื้นสูง ก็มีโอกาสที่จะเจอปลวกได้

การกำจัดปลวก

ในการกำจัดปลวก เราต้องพิจารณาถึงสถานที่ ขนาดพื้นที่ และความรุนแรงของปัญหา เราสามารถกำจัดปลวกด้วยตัวเองได้หากเรามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพฤติกรรมของปลวกและมีความรู้ทางด้านกีฏวิทยา ทั้งนี้การกำจัดปลวกก็มีตั้งแต่งบหลักสิบ ถึงหลักหมื่น แต่ผู้เขียนขอแนะนำให้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาทำให้จะแน่นอนกว่า

1. การใช้สเปรย์ฉีดพ่น

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

การใช้สเปรย์ฉีดพ่น เราต้องแน่ใจว่าปลวกที่เราพบเป็นรังขนาดเล็ก และเราสามารถกำจัดได้ สเปรย์ที่ใช้ให้เราฉีดไปที่ตัวปลวกโดยตรวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่แนะนำสำหรับใช้ในพื้นที่ที่มีการระบาดขนาดใหญ่ เนื่องจากปลวกสามารถย้ายรังหนีได้

2. ใช้การฉีดพ่นโดยสารเคมีผสม

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

การใช้สารเคมีผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่พอเหมาะ สามารถใช้ฉีดพ่นได้รอบบ้าน โดยจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ในการฉีดพ่น นั่นก็คือ ถังฉีดปลวก และ น้ำยาฉีดปลวก วิธีนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเช่นกัน หากฉีดผิดวิธีอาจทำให้เกิดอันตราย และปลวกอาจลุกลามกว่าเดิม

3. ใช้การอัดน้ำยา

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

การอัดน้ำยากำจัดปลวกจะใช้ในกรณีที่เราไม่ได้ทำการวางท่อกำจัดปลวก จำเป็นต้องเจาะพื้น โดยขนาดรูที่เจาะจะมีขนาดประมาณเหรียญห้า แล้วทำการอัดน้ำยาไปที่ผิวดินใต้พื้นบ้าน เพื่อให้ดินเป็นพิษ ทำให้ปลวกจากใต้ดินไม่สามารถขึ้นมาบนผิวดินได้

4. ใช้การวางเหยื่อ

กำจัดปลวก
กำจัดปลวก

การวางเหยื่อกำจัดปลวกเป็นวิธีการกำจัดปลวกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถใช้กำจัดปลวกทั้งรอบนอกที่อยู่อาศัย และภายในที่อยู่อาศัย โดยเหยื่อที่ใช้จะส่งผลในการกำจัดปลวกทุกตัวที่สัมผัส ซึ่งการจะกำจัดยกรังได้เราต้องมีความอดทน และอาศัยการหาอาหารของปลวก ให้ปลวกนำเหยื่อพวกนี้ไปที่รัง

]]>